มหัศจรรย์สุขภาพกับน้ำมันงา

99999ปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพเป็นที่นิยมในสังคมไทยผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพย่อมต้องรู้จักสมุนไพรต่างๆที่มีสรรพคุณมากมายและหนึ่งในสมุนไพรที่นิยมใช้ดูแลสุขภาพก็คือ “งา” น้ำมันงาเป็นน้ำมันจากธรรมชาติจากงาที่ผู้คนนิยมใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณมากกว่า 3,000 ปี จากหลักฐานที่มีการบันทึกและตำนานเกี่ยวกับงาในประเทศต่างๆ ทำให้ทราบว่าชาวอินเดียนิยมใช้น้ำมันงาในการนวด ชาวจีนนิยมใช้ปรุงอาหาร ชาวโรมันชอบรับประทานเมล็ดงาบดผสมกับขมิ้นเพื่อทาขนมปังนอกจากนี้เมล็ดงาและน้ำมันงาเป็นส่วนประกอบทั่วไปในอาหารหาได้ง่ายอีกทั้งยังราคาถูกแต่งานั้นมีความพิเศษในตัวเองและยังมีคุณสมบัติเหนือความคาดหมายหลายประการเมื่อนำไปปรุงอาหารก็จะเพิ่มกลิ่นหอมและความอร่อยหรือนำไปทำขนมก็ทำให้รสชาตกรุบกรอบหอมมันและด้วยคุณค่าทางอาหารในเมล็ดงาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพและมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดอาการบางอย่างที่เกิดจจากโรคได้ด้วย

น้ำมันงาเพื่อสุขภาพ

  • น้ำมันงาป้องกันความดันโลหิตสูง ในน้ำมันงามีสารเซซามิน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิตสูง และสารเซซามอลช่วยให้หลอดเลือดมีสุขภาพดี ไม่จับตัวเป็นก้อนและให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้ผนังภายในหลอดเลือดอักเสบ รายงานการศึกษาปีค.ศ.2006 ระบุว่า น้ำมันงาให้ผลดีในการรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ทั้งทำหน้าที่ขับปัสสาวะและออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าและเบาลง ช่วยขยายหลอดเลือด
  • น้ำมันงาบำบัดข้อเข่าเสื่อม คุณสมบัติเด่นของน้ำมันงาคืออุดมไปด้วยแคลเซียมและสารเซซามินสามารถลดการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนได้และสารเซซามินยังช่วยป้องกันแมลงเป็นสารแอนติออกซิแดนต์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • รับประทานงาช่วยเพิ่มไขมันดี ในงามีทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า 3และ6 กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น โอเมก้า 3 ช่วยในด้านการพัฒนาและเจริญเติบโตของสมอในเด็กทารก และสำคัญต่อการสร้างเซลล์ประสาททางด้านการมองเห็นของเด็ก ช่วยในการทำงานของสมองทั้งทางด้านความคิด ความจำ และอารมณ์ ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดการเกิดลิ่มเลือดอุดตันและป้องกันโอกาสเกิดเซลล์มะเร็งกรดไขมัน โอเมก้า 6 ช่วยลดการเกาะตัวองเกร็ดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก ลดอาการปวดและอาการอักเสบ อีกทั้งยังมีสารแอนติออกซืแดนต์ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ช่วยดูแลผิวหนังให้ชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวหนังต่างๆ และช่วยดูแลเส้นผมให้สุขภาพดีอีกด้วย
  • น้ำมันงาช่วยลดคอเลสเตอรอล การมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงทำให้มีโอกาสที่ไขมันจะเกาะภายในผนังหลอดเลือดหนา0010254_%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%b1%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%89_300ขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เส้นเลือดตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ทั้งหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง วารสารโภชนาการได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการรับประทานงา พบว่าสารลิกแนนในงามีความสามารถในการลดไขมัน LDL เมื่อรับประทานงาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าระดับคอเลสเตอรอลรวม ลดลง 6.4% และLDL ลดลง 9.5%
  • น้ำมันงาช่วยลดน้ำตาลในเลือด การมีน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานานอาจนำไปสู่โรคเบาหวานโดยรายงานการวิจัยปีค.ศ.2006 ระบุว่าน้ำมันงาสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดระดับคอเลสเตอรอล LDL ลดรอบเอวและสะโพก ความดันโลหิตอีกด้วย
  • สมองดี น้ำมันงาช่วยได้ งามีสารอาหารเพื่อดูแลสมองมากมายหลายชนิดมีแคลเซียมช่วยควบคุมและกระตุ้นการส่งข้อมูลผ่านระบบประสาทโอเมก้า6 ช่วยให้เลือดไหลเวียนเพื่อไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้นขณะเดียวกันก็ชะลอความเสื่อมของเซลล์ มีส่วนช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม
  • รับประทานงาเพิ่มพลังไต งาดำเพิ่มพลังให้ไตและตับช่วยลดอาการสายตาพร่ามัว เสียงดังในหู ข้อติด ผมหงอกก่อนวัยและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  • น้ำมันงาชะลอวัย น้ำมันงาเหมาะทั้งรับประทานและบำรุงผิวพรรณเพื่อลดริ้วรอยและดูแลสุขภาพผิวเพราะในน้ำมันงาอุดมไปด้วยสารแอนติออกซิแดนต์นานาชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 6 สูง สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์และยังช่วยลดอาการอักเสบต่างๆภายในร่างกายช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ดีอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีโปรตีนและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นอาหารที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สังกะสีช่วยสร้างเนื้อเยื่อและกำจัดสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย
  • น้ำมันงาปรับสมดุลฮอร์โมน ผู้หญิงมักจะเผชิญปัญหาฮอร์โมนเสียสมดุลมากกว่าผู้ชายสาเหตุเกิดจากการมีประจำเดือนของผู้หญิงถ้าระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสเตอโรนไม่สมดุลกันก็จะเกิดความผิดปกติในร่างกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหลัง ประจำเดือนมาไม่ปกติ เหนื่อยล้า ต้องการรับประทานอาหารหรือแป้งมาก ผมร่วง ความต้องการทางเพศลดลงเป็นสิวบริเวณแก้มด้านล่างแนวกรามและคอ อารมณ์ซึมเศร้า วิตกกังวล ท้องอืด ท้องผูก ขนงอกผิดที่ เนื้องอกในมดลูก

เมล็ดงาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า3และ6 มีสารลิกแนนช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนนอกจากนี้ยังมีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยสกัดกั้นการสร้างฮอร์โมนเอสโทรเจนในผู้หญิงมากเกินไปช่วยปรับมาสู่ระดับสมดุล


อาการเสียสมดุลฮอร์โมนในผู้หญิง

  1. เจ็บหน้าอก
  2. มีอาการไม่สบายตัวก่อนมีประจำเดือน (PMS)
  3. นอนไม่หลับ
  4. น้ำหนักขึ้น
  5. ปวดศีรษะ
  6. ปวดศีรษะไมเกรน
  7. วิตกกังวล
  8. ซึมเศร้า
  9. อารมณ์แปรปรวน
  10.  ช่องคลอดแห้ง
  11. สมองไม่ปลอดโปร่ง
  12. ง่วงนอน
  13. ร้อนวูบวาบ
  14.  มือและเท้าเย็น
  15.  ผมบางลง
  16.  มีขนขึ้นบนใบหน้าหรือร่างกาย
  17.  ผิวหนังบางลง
  18.  เป็นสิว
  19.  ทนร้อนหรือเย็นไม่ได้
  20.  ร่างกายเผาผลาญอาหารช้าลง
  21.  มีไขมันหน้าท้อง
  22.  อาการแพ้ เช่น ลมพิษ หอบหืด
  23.  ความต้องการทางเพศลดลง
  24.  ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  25.  มีถุงน้ำรังไข่หลายใบ
  26.  มีบุตรยาก
  27. เกิดเลือดอุดตันง่ายขึ้น
  28. แท้งบุตร
  29. ไข่ไม่ตก
  30. ตัวบวม
  31. ท้องอืด
  32. หัวใจเต้นเร็ว
  33. ไข่ไม่แข็งแรง
  34. รังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอันควร
  35. ของเหลวไหลจากหัวนม
  36. อยากอาหารประเภทแป้ง น้ำตาลและเกลือ
  37. ป่วยบ่อย หายช้า