ประโยชน์ของน้ำมันงา

น้ำมันงาเป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดงาซึ่ง“น้ำมันงามี 2 ชนิด” 

ut8jbqaxuxxxxafifrx0

 

น้ำมันงาที่สกัดจากเมล็ดงาสดน้ำมันที่ได้จะมีเหลืองใสคล้ายกับน้ำมันพืชชนิดอื่นโดยมีสรรพคุณมากกว่าน้ำมันงาที่ได้จากเมล็ดคั่วแต่จะไม่มีกลิ่นหอมเท่านั้น

 

mashed-sesame

 

น้ำมันงาที่สกัดจากเมล็ดงาที่คั่วแล้วโดยสังเกตุได้จากสีของน้ำมันงาที่มีลักษณะสีน้ำตาลใส มีกลิ่นหอม

 

เมล็ดงาจะประกอบด้วยน้ำมันงาประมาณ 35-60% ซึ่งน้ำมันงาที่ดีจะมีลักษณะดังนี้

1. ประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง ที่สามารถช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายไม่ให้มากเกินไป
2. น้ำมันงาสามารถเก็บไว้ได้นาน
3. น้ำมันงาไม่จับตัวเป็นก้อน
4. มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน

ประโยชน์จากน้ำมันงา

  1. ในด้านความสวยความงาม อาทิ การป้องกันผิวหนังแห้งแตก การป้องกันผมแห้งแตกปลาย การใช้นวดบริเวณตามข้อกระดูก เป็นต้น
  2. น้ำมันงามีสารป้องกันการหืนสามารถเก็บไว้ได้นานและนำมาประกอบอาหารโดยไม่มีกลิ่นเหม็นหืน
  3. น้ำมันงาประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูงจึงเหมาะสำหรับบริโภคโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงป้องกันโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี
  4. มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเช่น กรดลิโนเลอิคและโอเลอิคที่ช่วยในการเจริญเติบโตและสร้างความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังoil-capsule

“การนำน้ำมันงามาใช้ประโยชน์มีมานานตั้งแต่อดีตโดยนำน้ำมันงามาใช้ในการรักษากระดูกหักได้เป็นอย่างดีและในปัจจุบันได้นำน้ำมันงามาใช้ในตำรับยาของการแพทย์ทางเลือกรวมทั้งการผลิตน้ำมันงาแคปซูลโดยมุ่งบริโภควิตามินอีธรรมชาติจากน้ำมันงา”

สำหรับสรรพคุณของวิตามินอีในน้ำมันงามีคุณสมบัติดังนี้

  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant)
  2. ต้านเชื้อแบคทีเรีย(anti-bacterial)
  3. ต้านเชื้อรา(anti-fungal)
  4. ต้านไวรัส (anti-viral)
  5. ชะลออาการแก่ของเซลล์ (anti-aging)
  6. ต้านอาการลุกลามของผื่นและแผล (anti-inflammatory)
  7. ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น (moisturizing)
  8. และทำให้ผิวหนังนุ่มเนียน

คุณสมบัติของน้ำมันงา

  1. น้ำมันงามีลักษณะคล้ายน้ำมันผิวหนังมนุษย์มากที่สุดจึงซึมสู่เนื้อเยื่อของร่างกายได้รวดเร็วและซึมได้ลึกไม่เหนียวเหนอะหนะ
  2. น้ำมันงาสามารถเก็บไว้ได้นานเนื่องจากมีลักษณะของ anti-oxidant
  3. น้ำมันงามีคุณสมบัติทำให้ผิวอ่อนเยาว์ แก่ช้า ชะลอความแก่
  4. น้ำมันงาทำให้ผิวขาวและอ่อนนุ่ม
  5. น้ำมันงามีคุณสมบัติต้านเชี้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อไวรัส ต้านมะเร็งและต้านการลุกลามของผื่นและแผล

โดยคุณสมบัตินี้สามารถช่วยลดอาการป่วยต่างๆ ได้อย่างมากมายตั้งแต่ ไข้หวัด ภูมิแพ้ ความดันโลหิตสูงเส้นเลือดอุดตัน ระบบสืบพันธุ์ และแม้กระทั่งการชะลอความแก่และการระบบสภาพผิวหนัง การใช้น้ำมันงามี 2 ประเภท คือใช้รับประทานและทา ในกรณีที่ใช้น้ำมันงาเพื่อรับประทานร่างกายจะได้รับวิตามินอีและกรดไขมันจำเป็นได้แก่กรดไขมัน linoleic และ oleic กรดไขมันนี้ร่างกายสามารถนำไปสร้างฮอร์โมนที่มีผลต่อการขยายหลอดเลือดช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันเกล็ดเลือดเกาะตัวเป็นลิ่ม11831751_862080833840930_1495114864085965456_n ยับยั้งการสร้าง คอเลสเตอรอล ในร่างกายวิตามินอีในน้ำมันงานี้จะช่วยให้เซลล์ดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้ดี ร่างกายได้รับสารอาหารสมบูรณ์ เสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ผนังเซลล์ยืดหยุ่นสามารถขับของเสียออกจากเซลล์เข้าสู่ระบบขับถ่ายได้ดีรวมทั้งต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายนอกจากนี้ในน้ำมันงายังมีสารที่เรียกว่า sesamal sesamin และ sesamolin ซึ่งสารนี้จะช่วยเสริมคุณสมบัติของวิตามินอีในการป้องกันร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ นอกจากนี้การบริโภคเมล็ดงาจะทำให้สารอาหารที่มีปริมาณไขมันประมาณ 45-57% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวมีปริมาณโปรตีนอยู่ไม่น้อยกว่า 20% และในเมล็ดงายังอุดมไปด้วยวิตามินบีทุกชนิด (ยกเว้นวิตามินบี 12) ซึ่งจะช่วยบำรุงสมอง ประสาทและป้องกันโรคเหน็บชา ส่วนเกลือแร่มีประมาณ 4-6% ที่สำคัญคือธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี แคลเซียมและฟอสฟอรัส โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัสมีมากกว่าผักชนิดอื่นๆถึง 40 เท่าและ 20 เท่าตามลำดับและมีแคลเซียมมากกว่านมถึง 3 เท่าซึ่งจะเห็นว่าสารอาหารเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่อาจจะช่วยบรรเทาโรคบางชนิดได้เช่น โรคเหน็บชา โรคปวดตามข้อกระดูก เป็นต้น

ขั้นตอนการผลิตน้ำมันงา

  1. ทำความสะอาด และการคัดแยกสิ่งปนเปื้อนออกจากเมล็ดงาและนำเมล็ดงามาตากแดดเพื่อไล่ความชื้นออกจากเมล็ดงา
  2. นำเมล็ดงามาเข้าเครื่องบดอัดด้วยเครื่องบีดอัดน้ำมัน ในกระบวนการนี้จะได้น้ำมันงาออกมา
  3. หลังจากได้น้ำมันมาแล้วก็ให้ทำการกรองน้ำมันงาด้วยตะแกรงหรือผ้าขาวบางเสร็จแล้วจึงนำน้ำมันงามาบรรจุแคปซูล
  4. กากเมล็ดงาที่เหลืออย่าทิ้งยังสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ อาหารปลา รวมถึงสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักได้เป็นอย่างดี

น้ำมันงา